วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

ครบรอบ 80 ปี แม่โจ้ สถาบันของเรา

4-10 ธันวาคม 2556 ปีที่ผ่านมา ครบรอบ 80 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ของพวกเรา
ปีนี้จึงจัดงานยิ่งใหญ่..และอีกอย่างกระแสจากใน Facebook ด้วย
ปีนี้เลยทำให้มีคนมางานกันอย่างมากมาย
ในงานตอนกลางวันก็จะมีนำเสนอเกียวกับการเกษตร
การนำเสนอผลงานของคณะต่าง ๆ
 เดินเที่ยวในงานกันสักหน่อยนะค่ะ





เดินชมซุ้มต่าง ๆ เหนื่อยแระนร้าาาาาาาา
ขอแว๊ปไปหาพี่อ๊อด โจ้ 50 หน่อยเต๊อะ
ไปดูสถานที่จัดงานตอนกลางคืน พี่แกทุ่มเทให้กับงานนี้มากมาย



โฉมหน้าพี่อ๊อด โจ้ 50 ใส่เสื้อเบอร์ 80 นะค่ะ


ภาคกลางวันเสร็จสิ้น เราก็เตรียมงานภาคกลางคืนวันที่ 7 เลยค่ะ 
เราต้องร่วม 2 งาน....งานแรกก็ครอบรอบ 30 ปี วง The Cowboy maejo
ซึ่งเป็นวงดนตรีของมหาลัย ก็จะมีรุ่นต่าง ๆ มารวมกลุ่มกัน เราเป็นแขกรับเชิญ..อิอิ

มาชมภาพยามค่ำคืนในงานของ วง The Cowboy Maejo กันก่อนนะค่ะ

ช่วงนี้อยู่ในช่วงทักทายกันของพี่ ๆ น้อง ๆ 

ประธานชมรมพูดคุยทักทาย



งานนี้มีพี่อ้น ธวัชชัย  ชูเหมือนมาด้วย  เพราะแกก็เป็นแม่โจ้รุ่นเก๋าด้วยค่ะ

แฟนคลับ โจ้ 54..อิอิ



หลังจากจบตรงนี้ก็ต้องอพยพไปเวทีใหญ่ของมหาลัย  ไปเจอบิว กัลยา พอดี
น้องบิวนี่ก็เป็นโจ้เก่า เหมือนกัน แต่รูปหายไปไหนไม่รู้แล้วววววว
รูปพี่ ๆ แสดงบนเวทีก็ปิ๋วไปหมด แบบว่าเมาค่ะ รั่ว สนุกกันมาก




และแล้วค่ำคืนความสนุกก็จบลง..ไว้พบกันใหม่นะพี่น้อง MAEJO ของเรา


ณ.โครงการหลวงตีนตก เชียงใหม่

ช่วงวันที่ 4-9 ของเดือน ธันวาคม 56 เราได้มีโอกาสไปงานครบ 80 ปีแม่โจ้
เลยอาศัยช่วงนี้เที่ยวซะเลย กะไปพบปะพี่น้องแม่โจ้กัน
ไอ้สถานที่ ที่จะไปอ่ะ ไม่ได้ไปหรอก
แต่กลายเป็นอาศัยพี่ ๆ ติดสอยห้อยตามไปด้วย 
ประจวบเหมาะที่พี่ 55 เค้าจะหนีไปโครงการหลวงห้วยตีนตก ทางไปสันกำแพง
เราเลยได้อานิสงค์จากพี่ พี่ 
เส้นทางไปก็ไม่ไกลเท่าไหร่จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปประมาณ 30 โล น่าจะได้ถ้าเราจำไม่ผิดนะ



ที่โครงการหลวงตอนนี้เค้าเน้นให้โครงการดูแลตัวเอง 
ทางโครงการจึงสร้างที่พัก ร้านอาหาร เพื่อหารายได้เข้าโครงการ
ตอนที่เราไปที่พักเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ (ร้อนฉ่าเลย)
บางห้องน้ำอุ่นก็ยังติดตั้งไม่เสร็จ บางห้องก็ไ่ม่มีไฟ
แต่เราว่าสถานที่สวยมาก..ใครสนใจก็ไปพักได้ค่ะไม่แน่ใจว่าราคาห้องเท่าไหร่
เพราะตอนที่ไป รุ่นพี่แม่โจ้เค้าเป็นหัวหน้าโครงการเลยได้ราคาพิเศษคืน 600


ขออนุญาติเอารูปจากพี่ณุมาแซม ๆ หน่อยนะก๊าบบ

อาหารยูนนาน จากพี่หน่อย+พี่ศักดิ์ 55
อร่อยมากขอบอก..อันบนนี้สุกี้ยูนนาน


ส่วนนี้ซุปวัว เนื้อมันเปื่อย นุ่มลิ้น น้ำซุปหวานอร่อยจริง ๆ ค่ะ

ขาดไม่ได้ก็นักดนตรีของเรา ทำให้บรรยากาศคืนนั้นไม่เงียบเหงา พี่เค้าร้องได้ตลอดคืนจริง ๆ



และน้องแม่โจ้รุ่น 75 ที่คอยบริการพี่ ๆ ได้อย่างประทับใจ


กับบรรยากาศประทับใจก่อนจบรายการอีกสักหน่อยนะค่ะ




ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนในค่ำคืนอันแสนสนุกค่ะ..รักนะ จุ๊บ จุ๊บ



ลัดเลาะรอบบ้าน

วันนี้มีอารมณ์ศิลปินขึ้นมา...
...เหตุเนื่องมาจากได้ยินเสียงนก ร้องกัน งึมงำ
เลยอยากจะไปถ่ายนก ที่หลังบ้าน
ก็เลยเดินชมนกชมไม้ไป

รูปแรกก็จัดภาพนี้ไปก่อน  ต้นจำปา ยังไม่เห็นดอก
แต่ยืนมองมันแ้ล้วมันได้อารมณ์ดี


หันกล้องกลับไปอีกทาง นั่นแน่เจ้าดอกจำปา มันซ่อนตัวอยู่

เดินอ้อมไปข้างหลังบ้าน ยืนมองหาเสียงนกร้อง
ต้องจ๊ะเอ๋ กับเจ้าพวงชมพู
สะท้อนกับแสงแดด ตรึงตาตรึงใจ

หันไปอีกทางนั่นไงเจ้านกน้อยเจ้าเกาะอยู่ตรงนั้นนั่นเอง
แต่น่าเสียดาย การโฟกัสของกล้อง Olympus ep-3 มันจับโฟกัสยากไม่เหมือน Canon
อีกอย่างเราก็มือสั่นเลยได้มาแบบนี้


หลังจากลัดเลาะอยู่หลังบ้านได้สักพักก็ต้องรีบออกมาหน้าบ้าน
ก็เดี๋ยวกลัวมีลูกค้ามาเรียกซื้อของจะไม่ได้ยิน  
มายืนมองอยู่หน้าร้าน ต้นไม้ข้างเทศบาลมันตายแล้วหรือไง
เจ้าไร้ดอก ไร้ใบ เหมือนไม่มีความหมายแล้ว
แต่ไม่ใช่สิ เจ้ายังเป็นที่ยึดเกาะให้เจ้านกตัวน้อย ๆ ได้อีกหลายตัว


** วันนี้อารมณ์พาไป..แต่สถานที่ถ่ายรูปมีน้อยนิด
ได้รูปมาเท่าที่ได้ ***




วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทำดีที่สุดแล้ว หินเหล็กไฟ เดอะซัน



เปลี่ยนตัวเองเพื่อเขา..เราทำเต็มที่แล้ว..เราถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว
เหนื่อยนะการเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครพอใจ..

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภูทับเบิก..ที่ไม่ได้ตั้งใจ

ไม่ได้ตั้งใจจะไปเลยนะค่ะ แต่มันต่อเนื่องจากไปม่อนแจ่มที่เชียงใหม่ค่ะ...คุงแฟนก็เลยโทรมาบอกก่อนจะไปแค่ไม่กี่วันว่ากลุ่มที่จะมาด้วยกันเค้าจะไปเที่ยวภูทับเบิกต่อ...จะไปต่อด้วยกันเลยไหม...โอ๊ะ คนชอบเที่ยวอย่างเรามีเหรอจะไม่ไป  ไปสิคร้าาาาาาาา \\..//

....เราออกเดินทางจากเชียงใหม่กันแต่เช้า วันที่ 10 ธ.ค.55เพื่อจะไปให้ถึงภูทับเบิกก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน แต่ก็ยังแวะตามทางกันตลอด พี่ ๆ แวะซื้อของตลาดขายของป่าที่ลำปาง..ซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่แพร่ 
...ทางไปภูทับเบิกรถติดมาก มีรถขาลงมาเยอะมาก เพราะวันที่พวกเราไปเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว แต่เราไปสวนทางกับนักท่องเที่ยว แต่ก็ดีไม่ต้องไปยัดเยียดกันเยอะ...เราถึงตรงตีนดอยภูทับเบิก เริ่มหิวกันแล้ว เพราะทานข้าวมาตั้งแต่ช่วงเช้า ๆ แล้ว ก็เลยแวะทานไก่ย่าง ข้าวเหนียว สั่งส้มตำไป 1 จาน รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ...ก็ยังไม่ได้ทานสักที จนแฟนเราโมโห บอกว่าไม่เอาแล้วส้มตำ ทานแค่ไก่ กับข้าวเหนียวพอ  พอเก็บตังค์ โอ้ววววววววว...ไก่ย่างครึ่งตัวนะคร้า 220 บาท แพงแท้หนอ!!!
...กว่าจะถึงบนภูก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้้วค่ะ แต่พอดีมีรุ่นพี่ที่เค้าอยู่เพชรบูรณ์จองที่พักไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ  
นี่แหล่ะที่พักของเรา บ้าน หรือ กระท่อมดีค่ะ เล็ก ๆ 1 หลัง แต่ก็มีพร้อม ทีวี น้ำอุ่น  แอร์ไม่จำเป็นค่ะ เพราะมันหนาวมากกกกกกกกก....


หลังจากเจอพี่ ๆ กันครบเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มหิวกันแล้วค่ะ พี่ ๆ พาไปเลี้ยงที่ร้านโรงเตี๊ยม ถือว่าเป็นร้านที่ดีที่สุดบนภูทับเบิกแล้วค่ะ  ร้านนี้ไม่ต้องการไฮโซนะค่ะ บริการกันแบบชิลล์ มากค่ะ เจ้าของร้านเป็นทั้งเด็กเสริฟ์ นักร้อง คือทำทุกอย่างในร้านค่ะ

 ชุดดำนั่นแหล่ะค่ะเจ้าของร้านที่เป็นทุกอย่างในร้านนี้...พวกเราอยู่กันจนเป็นโต๊ะสุดท้ายก็ชวนเจ้าของร้านมานั่งคุยด้วย พี่เค้าก็อัธยาศัยดีนะค่ะ ....กว่าจะกลับที่พักก็ตี 1 มั้งค่ะ อากาศเย็นประมาณ 15 องศา เยือกค่ะ เยือก 
...กลับมาถึงห้องพัก จะอาบน้ำตรงเครื่องทำน้ำอุ่น เค้าเขียนไว้ว่า อย่าเปลี่ยนแปลงที่ตั้งไว้ เพราะทางที่พักได้ตั้งไว้ให้แล้ว ตอนแรกเราไม่เห็นก็ไปหมุนมั่ว ๆ ค่ะ ปรากฎว่าน้ำไม่อุ่นเลยค่ะ แต่เราไม่รู้ทำไงก็ทนอาบน้ำเย็นไปแบบนั้นเลยค่ะ...แต่คุงแฟนเค้าบอกว่าขอยอมแพ้ ไม่อาบนะ ><"

....เช้าวันนี้ตอนแรกกะจะตื่นแต่เช้า  

    แต่พอเปิดหน้าต่างดู อัํยยะ ไม่ไหวแระ ขอนอนต่อดีกว่า เรา 2 คนเลยตื่นสายกว่าคนอื่น ก็มันหนาวอ่ะค่ะ ขอรับความอบอุ่นต่ออีกสักหน่อย.. 
ดูสิค่ะมีแต่หมอกเต็มไปหมด มองไม่เห็นอะไรเลย

หลังจากนั้นก็ออกไปเดินเที่ยวกันค่ะ...

8 โมงกว่า อุณหภูมิยังอยู่ที่ 17 องศาค่ะ  แต่ยิ่งสายหมอกยิ่งลงจัดค่ะ แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย

หลังจากเดินเตร็ดเตร่ พร้อมได้เสื้อภูทับเบิกมา 1 ตัว ประมาณ 9 โมงพวกเราก็ไปทานอาหารเช้ากันที่ร้านเดิมค่ะ ...แล้วก็เก็บภาพมากันเล็กน้อย



ทุเรียนเทศ...เพิ่งเคยเห็นพี่เค้าเอามาฝากเพื่อนค่ะ แก้มะเร็ง


มีแต่กะหล่ำเต็มไปหมด แต่เวลาเรามีน้อยค่ะ เราต้องรีบลงจากภู เพื่อจะเข้าพิษณุโลก ไป บขส.พิษณุโลก ก่อนเที่ยงครึ่ง เลยต้องรีบทำเวลา

ประมาณ 9.30 เราก็ลงจากภูค่ะ พี่เค้าพาออกทางภูหินร่องกล้า เข้าพิษณุโลก เราไปถึง บขส.เที่ยงนิด ๆ ค่ะ เกือบจะไม่ทันรถ แต่โชคดียังพอมีเวลา 15 นาที เราก็ได้แต่สวัสดีทุก ๆ คนแล้วก็รีบวิ่งไปซื้อตั๋วเลยค่ะ....ได้เที่ยวแค่นี้ก็อิ่มใจแล้ว เพราะได้ไปกับคนที่เรารักค่ะ ^^

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สวัสดีเดือนแห่งความรัก♥

...1 กุมภาพันธ์ 56 
   วันนี้เป็นวันเริ่มต้นเดือนแห่งความรัก คงมีคู่รักหลาย ๆ คู่รอคอยเดือนนี้ เพื่อจะทำอะไร Surprise ให้แก่คนรักของตัวเอง...สำหรับเราเดือนแห่งความรักก็คงไม่มีอะไรแตกต่างจากเดือนอื่น ๆ ซึ่งก็ยังคงเหมือนเดิมทุกเดือนนั่นเอง
...ถามว่าเรามีความรักไหม เราก็มีนะ แต่เราอยู่ไกลกันจัง อีกอย่างความรักของเราก็เป็นแบบผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่เด็ก ๆ คงไม่มีหวานแหวว หวือหวาอะไรมากมายนัก เพราะทุก ๆ วันสำหรับเรา 2 คนก็คือวันแห่งความรักอยู่แล้ว..
..14 ก.พ.56 ก็เพิ่งจะครบ 7 เดือนของการคบกันเองนะ มันเป็นเวลาที่น้อยนิดมากสำหรับคนรักกันคู่หนึ่ง แต่เราว่าเราโชคดีอยู่อย่างที่เจอพี่เค้า ก็เพราะว่าพี่เค้าเป็นคนที่ใจเย็นกับเรามาก ๆ แต่เราน่ะเป็นคนใจร้อน...โมโหอะไรนิดหน่อยเราก็ไม่พอใจ แต่พี่เค้ากลับต้องนิ่ง และค่อย ๆ พูดกับเรา  สรรหาเหตุผลมาคุยกับเราได้ทุกเรื่องเลยนะ...
...เราไม่รู้หรอกนะว่าวันข้างหน้าระหว่างพี่เค้า กับ เราจะเป็นยังไง เพราะเราอยู่ไกลกันคนละจังหวัด เค้าอยู่ใต้เกือบ เรียกว่าจะเกือบใต้สุดก็ได้ แต่ตัวเรานะอยู่เหนือสุด แต่ ณ เวลานี้เรากับพี่เค้าจะทำแต่สิ่งดี ดี ให้แก่กัน มีความรักที่ดีให้แก่กัน ทุกวันนี้เราจะรักกันให้ดีที่สุด...
...ขอบคุณที่พี่ต้องมาทนอารมณ์ขี้น้อยใจ ขี้แย ขี้โมโห แต่พี่ก็บอกว่าอยากจะฝึกให้เราเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ อนาคตพี่เค้าก็อยากมาอยู่ทางเหนือกับเรา แต่เราก็อย่าไปคาดหวังอะไรให้มากนักเลย 
...ทำความรักของเราวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วกันค่ะ
...สำหรับเพลงนี้เป็นเพลงที่พี่เค้าชอบส่งให้เราฟังบ่อย ๆ เค้าบอกว่าอยากร้องเพลงนี้กับเรา  ^_^

...ขอบคุณสำหรับทุก ๆ สิ่งที่พี่พยายามทำให้เอื้อมนะค่ะ 


วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556


แค่..ม่อนแจ่ม
อยู่ใกล้แค่เอื้อมจริง ๆ ค่ะ เชียงราย --->> ม่อนแจ่ม ไม่ไกลเท่าไหร่หรอกนะ แต่กว่าจะมีโอกาสได้ไปสัมผัส...Smiley  ตั้งแต่ม่อนแจ่มเริ่มดังก็ตั้งใจอยากจะไปให้ได้สักครั้งแต่่โอกาสไม่เคยเอื้ออำนวยเลย แต่ในที่สุดปีนี้ก็ได้ไปสมใจ
..ก่อนอื่นเรามารู้จักเรื่องราว ม่อนแจ่มก่อนสักเล็กน้อย 
..ม่อนแจ่ม  ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม  ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาทีเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม  ม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบ มองเห็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง บนยอดม่อนแจ่มมีพื้นที่ ไม่มากนักสามารถเดินชมได้จนทั่วได้อย่างสบาย  ม่อนแจ่ม"อยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมที่บริเวณนี้ชาวบ้าน เรียกว่ากิ่วเสือเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกผิ่น จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่เข้า โครงการหลวงหนองหอย เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะ ของแค้มปิ้งรีสอร์ท 
..บน ม่อนแจ่ม สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ด้านหนึ่งมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ทิวทัศน์ของ อ.แม่แตง และอ.แม่ริม เป็นอย่างดี ในวันที่ฟ้าเปิดเป็นใจมาก สามารถมองเห็นไกลถึงดอยหลวงเชียงดาวและขุนเขาเขตในจังหวัดเชียงรายเลยที เดียว แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั่นก็คือ ย่ำยามราตรีในคืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าที่นี่จะงดงามไปด้วยทะเลดาว เต็มฟาก ฟ้า ส่วนเมื่อก้ม มองลงไปยังเบื้องล่างจะเห็นแสงไฟที่ส่องสว่างจากทั้งสองอำเภอ
..บริเวณใกล้ ๆ ม่อนแจ่ม จะมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยภายในมีแปลงผักและงานวิจัย ผักเมืองหนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชม หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลาย 

..ปีนี้มีโอกาสได้ไปก็เพราะเราจะไปงานเลี้ยงครบรอบ 15 ปี รุ่น 62 ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้..ใจจริงก็คือตั้งใจอยากจะไปเที่ยวนั่นแหล่ะ เรื่องเลี้ยงรุ่นเป็นเรื่องรองลงมาต่างหากค่ะ Smiley

..แต่ก่อนอื่นอยากจะแนะนำที่พักหน้า ม.แม่โจ้ค่ะ  เราไปพักที่นี่ ก็ประทับใจค่ะ myRoom Boutique Home...เข้าไปทางวัดแม่โจ้ค่ะ ไม่ไกลจาก ม.เท่าไหร่ เผื่อในห้องนี้มีใครเป็นเด็กเก่าแม่โ่จ้ แล้วอยากหาที่พักหน้า ม. เราแนะนำที่นี่ค่ะ ห้องที่เราพักมองผ่านทางหน้าต่างออกไปจะเห็นภูเขา ทุ่งนา ดูแล้วสดชื่นจังค่ะ



...และแล้วก็ถึงเวลาเดินทางไปม่อนแจ่มค่ะ..เราไปเ่ชียงใหม่ช่วง 9-10 ไม่อยากจะบอกว่าคนเยอะ รถแยะ ขนาดธรรมดารถก็เยอะอยู่แล้ว  มาเจอหยุดยาวยิ่งไปกันใหญ่เลยค่ะ...เจอรถติดบนเขาอีก เล่นเอากันเสียวเป็นรอบ ๆ ค่ะ เพราะพอรถจอดนิ่งทางชัน แล้วจะวิ่งต่อ รถไม่ค่อยมีแรง มันเล่นจะถอยหลังอย่างเดียวเล่นเสียวทั้งรถเรา และรถคันหลังค่ะ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี 









...แต่น่าเสียดายว่าช่วงที่ไปอากาศไม่เย็นเท่าไหร่  อุตส่าห์ใส่เสื้อไปอย่างหนา ไปถึงข้างบนร้อนมาก  ถ้าหนาวซะหน่อยนี่คงจะได้บรรยากาศมาก
...แต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ไปดู ไปรู้ ไปเห็นมาแล้วค่ะ