ไม่ได้ตั้งใจจะไปเลยนะค่ะ แต่มันต่อเนื่องจากไปม่อนแจ่มที่เชียงใหม่ค่ะ...คุงแฟนก็เลยโทรมาบอกก่อนจะไปแค่ไม่กี่วันว่ากลุ่มที่จะมาด้วยกันเค้าจะไปเที่ยวภูทับเบิกต่อ...จะไปต่อด้วยกันเลยไหม...โอ๊ะ คนชอบเที่ยวอย่างเรามีเหรอจะไม่ไป ไปสิคร้าาาาาาาา \\..//
....เราออกเดินทางจากเชียงใหม่กันแต่เช้า วันที่ 10 ธ.ค.55เพื่อจะไปให้ถึงภูทับเบิกก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน แต่ก็ยังแวะตามทางกันตลอด พี่ ๆ แวะซื้อของตลาดขายของป่าที่ลำปาง..ซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่แพร่
...ทางไปภูทับเบิกรถติดมาก มีรถขาลงมาเยอะมาก เพราะวันที่พวกเราไปเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว แต่เราไปสวนทางกับนักท่องเที่ยว แต่ก็ดีไม่ต้องไปยัดเยียดกันเยอะ...เราถึงตรงตีนดอยภูทับเบิก เริ่มหิวกันแล้ว เพราะทานข้าวมาตั้งแต่ช่วงเช้า ๆ แล้ว ก็เลยแวะทานไก่ย่าง ข้าวเหนียว สั่งส้มตำไป 1 จาน รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ...ก็ยังไม่ได้ทานสักที จนแฟนเราโมโห บอกว่าไม่เอาแล้วส้มตำ ทานแค่ไก่ กับข้าวเหนียวพอ พอเก็บตังค์ โอ้ววววววววว...ไก่ย่างครึ่งตัวนะคร้า 220 บาท แพงแท้หนอ!!!
...กว่าจะถึงบนภูก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้้วค่ะ แต่พอดีมีรุ่นพี่ที่เค้าอยู่เพชรบูรณ์จองที่พักไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ
นี่แหล่ะที่พักของเรา บ้าน หรือ กระท่อมดีค่ะ เล็ก ๆ 1 หลัง แต่ก็มีพร้อม ทีวี น้ำอุ่น แอร์ไม่จำเป็นค่ะ เพราะมันหนาวมากกกกกกกกก....
หลังจากเจอพี่ ๆ กันครบเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มหิวกันแล้วค่ะ พี่ ๆ พาไปเลี้ยงที่ร้านโรงเตี๊ยม ถือว่าเป็นร้านที่ดีที่สุดบนภูทับเบิกแล้วค่ะ ร้านนี้ไม่ต้องการไฮโซนะค่ะ บริการกันแบบชิลล์ มากค่ะ เจ้าของร้านเป็นทั้งเด็กเสริฟ์ นักร้อง คือทำทุกอย่างในร้านค่ะ
ชุดดำนั่นแหล่ะค่ะเจ้าของร้านที่เป็นทุกอย่างในร้านนี้...พวกเราอยู่กันจนเป็นโต๊ะสุดท้ายก็ชวนเจ้าของร้านมานั่งคุยด้วย พี่เค้าก็อัธยาศัยดีนะค่ะ ....กว่าจะกลับที่พักก็ตี 1 มั้งค่ะ อากาศเย็นประมาณ 15 องศา เยือกค่ะ เยือก
...กลับมาถึงห้องพัก จะอาบน้ำตรงเครื่องทำน้ำอุ่น เค้าเขียนไว้ว่า อย่าเปลี่ยนแปลงที่ตั้งไว้ เพราะทางที่พักได้ตั้งไว้ให้แล้ว ตอนแรกเราไม่เห็นก็ไปหมุนมั่ว ๆ ค่ะ ปรากฎว่าน้ำไม่อุ่นเลยค่ะ แต่เราไม่รู้ทำไงก็ทนอาบน้ำเย็นไปแบบนั้นเลยค่ะ...แต่คุงแฟนเค้าบอกว่าขอยอมแพ้ ไม่อาบนะ ><"
....เช้าวันนี้ตอนแรกกะจะตื่นแต่เช้า
แต่พอเปิดหน้าต่างดู อัํยยะ ไม่ไหวแระ ขอนอนต่อดีกว่า เรา 2 คนเลยตื่นสายกว่าคนอื่น ก็มันหนาวอ่ะค่ะ ขอรับความอบอุ่นต่ออีกสักหน่อย..
ดูสิค่ะมีแต่หมอกเต็มไปหมด มองไม่เห็นอะไรเลย
หลังจากนั้นก็ออกไปเดินเที่ยวกันค่ะ...
8 โมงกว่า อุณหภูมิยังอยู่ที่ 17 องศาค่ะ แต่ยิ่งสายหมอกยิ่งลงจัดค่ะ แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
หลังจากเดินเตร็ดเตร่ พร้อมได้เสื้อภูทับเบิกมา 1 ตัว ประมาณ 9 โมงพวกเราก็ไปทานอาหารเช้ากันที่ร้านเดิมค่ะ ...แล้วก็เก็บภาพมากันเล็กน้อย
ทุเรียนเทศ...เพิ่งเคยเห็นพี่เค้าเอามาฝากเพื่อนค่ะ แก้มะเร็ง
มีแต่กะหล่ำเต็มไปหมด แต่เวลาเรามีน้อยค่ะ เราต้องรีบลงจากภู เพื่อจะเข้าพิษณุโลก ไป บขส.พิษณุโลก ก่อนเที่ยงครึ่ง เลยต้องรีบทำเวลา
ประมาณ 9.30 เราก็ลงจากภูค่ะ พี่เค้าพาออกทางภูหินร่องกล้า เข้าพิษณุโลก เราไปถึง บขส.เที่ยงนิด ๆ ค่ะ เกือบจะไม่ทันรถ แต่โชคดียังพอมีเวลา 15 นาที เราก็ได้แต่สวัสดีทุก ๆ คนแล้วก็รีบวิ่งไปซื้อตั๋วเลยค่ะ....ได้เที่ยวแค่นี้ก็อิ่มใจแล้ว เพราะได้ไปกับคนที่เรารักค่ะ ^^










